F-35 ดีแค่ไหน? ทำไมใครๆถึงอยากได้..

△F-35B Lightning เป็นเครื่องที่มีรูปแบบ พร้อมด้วยพัดลมยกแนวดิ่ง หรือแนวตั้งและหัวฉีดเครื่องยนต์ช่วยให้สามารถยกตัวขึ้นลงแนวดิ่ง และความสามารถใช้บินระยะสั้นในการเดินทางไปยัง ที่หมายแบบ เร่งด่วน F-35 จะแทนที่ AV-8B Harrier II ในกองร้อยนาวิกโยธิน

เครื่องบินรบเอฟ-35 (F-35) ของบริษัท ล็อกฮีด มาร์ติน ของสหรัฐฯ เป็นเครื่องบินรบรุ่นที่ 5 (Fifth Generation) เป็นเครื่องบินรบที่กองทัพอากาศไทยอยากได้มากที่สุดในตอนนี้..

เครื่องบิน “ล่องหน” รุ่นนี้ เริ่มประจำการบินมาตั้งแต่ปี 2549 จนถึงปัจจุบัน สหรัฐฯ ส่งมอบไปแล้วราว 750 ลำ แต่ประสบเหตุตกไปแล้วอย่างน้อย 6 ลำ

หลังการประลองกำลังระหว่างฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลว่ากองทัพอากาศไทยควรซื้อเครื่องบินรบในขณะที่ประเทศเผชิญภาวะเศรษฐกิจฝืดเคืองหรือไม่ ในที่สุด คณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายปรจำปี 2566 ชุดใหญ่อนุมัติให้จัดซื้อเครื่องบินโจมตีเอฟ-35 เอ จำนวน 2 ลำ ตามที่กองทัพอากาศอุทธรณ์มาของบประมาณ 369.1 ล้านบาท จาก 738.2 ล้านบาท หลังจากมีการเข้าชี้แจงงบประมาณเมื่อวันที่ 18 ก.ค. ที่ผ่านมา

เครื่องบินขับไล่เอฟ-35 เป็นหนึ่งในเครื่องบินรบที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดในโลก และนับจนถึงปัจจุบัน สหรัฐฯ ตัดสินใจขายเอฟ-35 ให้กับกองทัพของประเทศที่เป็นพันธมิตรใกล้ชิดเท่านั้น

ในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก มีเพียงออสเตรเลีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสิงคโปร์ ที่ได้ครอบครองเอฟ-35

แต่การจะได้มาซึ่งเครื่องบินที่ขุมกำลังล้ำสมัยรุ่นนี้ รัฐสภาสหรัฐฯ ต้องอนุมัติให้ทางการไทยซื้อเสียก่อน ซึ่ง พล.อ.อ.นภาเดช  ธูปะเตมีย์  ผบ.ทอ. ระบุว่า หากในที่สุด แล้วรัฐสภาของสหรัฐฯ ไม่ขายเครื่องบินขับไล่รุ่นเอฟ-35 ให้ไทย กองทัพอากาศพร้อมจะคืนงบประมาณ

“พูดง่าย ๆ เราไม่สามารถเดินตัวเปล่าเข้าไปซื้อได้ และกองทัพอากาศเคยจัดซื้อในรูปแบบดังกล่าวมาแล้ว คือเครื่องบินเอฟ-16 ซึ่งอยู่ยงคงกระพันใช้งานมาเกือบ 40 ปี และเป็นเครื่องบินรบหลักของกองทัพอากาศ ดังนั้น หากเครื่องบินเอฟ-35 เอ ผ่านการอนุมัติ เราใช้งานไปอีก 35-40 ปีเช่นเดียวกัน”

ทำความรู้จักเอฟ-35

เครื่องบินขับไล่เอฟ-35 เป็นเครื่องบินรบที่ผลิตโดยบริษัท ล็อกฮีด มาร์ติน บริษัทด้านอากาศยาน เทคโนโลยีอวกาศ และยุทโธปกรณ์ป้องกันประเทศระดับโลกสัญชาติอเมริกัน เริ่มขึ้นบินครั้งแรกในปี 2549 ปัจจุบันมี 3 รุ่น ได้แก่ เอฟ-35 เอ, เอฟ-35 บี และ เอฟ-35 ซี

เอฟ-35 เอ – ออกแบบเพื่อใช้งานบินขึ้นลงปกติบนรันเวย์สนามบิน

เอฟ-35 บี – ออกแบบเพื่อใช้งานบินขึ้นและลงจอดในแนวดิ่งบนเรือบรรทุกเครื่องบิน หรือภารกิจอื่น ๆ ที่ไม่มีรันเวย์สำหรับเครื่องบิน

เอฟ-35 ซี – ออกแบบเพื่อใช้งานบนเรือบรรทุกเครื่องบินโดยเฉพาะ มีปีกใหญ่กว่ารุ่นอื่น ๆ

เครื่องบินรบเอฟ-35 ได้ชื่อว่าเป็นเครื่องบินล่องหน เนื่องจากคุณสมบัติสามารถหลบเลี่ยงการตรวจจับของเรดาร์ จึงสามารถเจาะลึกเข้าไปในน่านฟ้าของศัตรูโดยไม่ปรากฏบนจอเรดาร์ โดยเครื่องบินเอฟ-35 เอ รุ่นที่กองทัพอากาศไทยต้องการ มีคุณลักษณะเด่น ตามข้อมูลของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ดังนี้

แรงขับเคลื่อนขั้นสูง – 43,000 ปอนด์ ทำความเร็วได้สูงสุด 1.6 มัค หรือ 1,931 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีเพดานบินได้สูงสุด 50,000 ฟุต

ระบบเซนเซอร์ขั้นสูง – รวบรวมและแสดงข้อมูลได้มากกว่าเครื่องบินรบลำใด ๆ ในประวัติศาสตร์ ทำให้นักบินได้เปรียบเชิงข้อมูล เพื่อตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ได้อย่างแม่นยำ โดยเฉพาะในปฏิบัติการสู้รบ โดยแสดงผลผ่านหน้าต่างช่องมองของหมวกนิรภัย

ระบบศูนย์เล็งยิงติดหมวก – ระบุเป้าหมายและยิงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ความสามารถในการล่องหน – หลีกเลี่ยงการตรวจจับด้วยเรดาห์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จากข้อมูลของเว็บไซต์  TAF หรือ Thaiarmedforce.com ซึ่งเป็นข้อมูลล่าสุดของโครงการ F-35 ทั่วโลกในเดือน ม.ค.2565 ระบุว่าจนถึงปัจจุบัน ล็อกฮีด มาร์ติน ได้ส่งมอบเอฟ-35 ทั้งสามรุ่นไปแล้วมากกว่า 750 ลำ

ประเทศที่นำเอฟ-35 ไปใช้ปฏิบัติภารกิจอยู่ มี 9 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐฯ  อังกฤษ อิตาลี ออสเตรเลีย นอร์เวย์ เนเธอร์แลนด์ อิสราเอล ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้

แต่เครื่องบินรบรุ่นที่ถือว่าดีที่สุดในโลกตอนนี้ ก็มีรายงานข่าวประสบอุบัติเหตุมากเช่นกัน นับแต่เริ่มประจำการบินในปี 2549

อุบัติเหตุเครื่องบินเอฟ-35 ตก

ก.ย. 2561 – เครื่องบินรบ เอฟ-35 บี ประสบเหตุตกใกล้ฐานทัพเรือในรัฐเซาท์ แคโรไลนา แต่นักบินดีดตัวออกมาได้อย่างปลอดภัย จากการตรวจสอบพบว่า เป็นผลจากข้อบกพร่องในถังเชื้อเพลิง โดยถือเป็นการตกครั้งแรกของเครื่องรุ่น F-35

เม.ย. 2562 – เครื่องบินเอฟ-35 ของกองทัพญี่ปุ่น ประสบเหตุตกในมหาสมุทรแปซิฟิก ด้วยความเร็ว 1,100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำให้นักบินเสียชีวิต ถือเป็นการตกครั้งที่ 2 ของเครื่องบินรุ่นนี้

พ.ค. 2563 – เครื่องบินเอฟ-35 เอ ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ประสบเหตุตกที่ฐานทัพในรัฐฟลอริดา แต่นักบินดีดตัวออกมาได้อย่างปลอดภัย

ก.ย. 2563 – เครื่องบินเอฟ-35 เอ ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ประสบเหตุตกระหว่างลงจอด นักบินดีดตัวออกมาได้อย่างปลอดภัย จากการตรวจสอบพบว่ามาจากสภาพร่างกายของนักบิน และข้อบกพร่องบางจุดในตัวเครื่องบิน

พ.ย. 2564 – เครื่องบินเอฟ-35 ของกองทัพอากาศสหราชอาณาจักร ประสบเหตุตกทะเล หลังปฏิบัติภารกิจจากเรือบรรทุกเครื่องบินเอชเอ็มเอส ควีน เอลิซาเบธ

ม.ค. 2565 – เครื่องบินรบเอฟ-35 เอ ของกองทัพอากาศเกาหลีใต้ ประสบเหตุต้องลงจอดฉุกเฉิน แต่อุปกรณ์ลงจอดไม่ทำงาน และต้องลงจอดแบบท้องเครื่องบินไถลไปกับพื้น จากการตรวจสอบพบว่า เกิดจากนกบินเข้าไปในเครื่องยนต์ แต่ไม่ได้ระบุถึงสาเหตุที่อุปกรณ์ล้อลงจอดไม่กาง

ม.ค. 2065 – เครื่องบินเอฟ-35 ซี ของกองทัพเรือสหรัฐฯ ประสบเหตุตกลงทะเลจีนใต้ หลังอุบัติเหตุการลงจอดบนเรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส คาร์ล วินสัน โดยใช้เวลานานราว 3 เดือน กว่าจะเก็บกู้เครื่องบินขึ้นมาจากทะเลได้

ที่มา : บีบีซีไทยตรวจสอบรายงานข่าว เทียบเคียงจากสำนักข่าว Reuters AFP และ CNN

ความฝันของทัพฟ้าไทย

โครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่รุ่น F-35 เป็นเรื่องที่ พล.อ.อ. นภาเดช ธูปะเตมีย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ทอ.) ของไทย พูดในหลายครั้งหลายหน

เมื่อ 31 ธ.ค. ปีที่แล้ว พล.อ.อ. นภาเดช ให้ข่าวว่าไทยควรรีบซื้อในขณะนี้ ในช่วงที่ราคาเครื่องบินลดลงจากเดิมที่ 142 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อลำ ลงมาเหลือ 82 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อลำ ซึ่งเป็นการซื้อเข้ามาประจำการทดแทนเครื่องบินขับไล่รุ่นเก่าของกองทัพ คือ F-5 และ F-16

แม้กระทั่งเมื่อครั้งที่เครื่องบินรบเมียนมาล้ำแดนเข้าเขตไทยที่ อ.พบพระ จ.ตาก ผบ.ทอ. ยังให้สัมภาษณ์ที่ จ. เชียงรายเมื่อ 1 ก.ค. ด้วยว่า โครงการจัดหาเครื่องบินเอฟเอฟ-35 เป็นโครงการที่จะทำให้เกิดความทันสมัยขึ้นใน “ทุกองคาพยพของกองทัพอากาศ”

พร้อมร่ายคุณสมบัติของเครื่องบินยุค 5 (เอฟ-35) ว่าแตกต่างจากเครื่องบินยุค 4 (อาทิ เอฟ-16) ทั้ง การล่องหนหายตัวผ่านระบบเรดาร์ที่มองไม่เห็น บินด้วยท่วงท่าพิสดารมากขึ้น มีเซ็นเซอร์รอบตัว บินระยะไกลด้วยความเร็วเสียงได้นานกว่าเครื่องบินยุค 4 ที่กินน้ำมันกว่า และมีความสามารถในการเชื่อมโยงข้อมูลในอนาคตที่เหนือกว่า

“ถ้าเราคิดจะมีของดี ผมไม่อยากให้คนไทยเราขัดขากันเอง เพราะเราจะพลาด สู้เราช่วยกันสนับสนุนได้มาดีกว่า แม้จะพลาด ก็ขอให้เป็นขั้นตอนที่เขาไม่ขายให้เรา ไม่ใช่เราขัดขา โยกเยกกันเอง จนเราพลาดตั้งแต่ยกแรก ไม่ใช่ยกสุดท้าย” ผบ. ทอ. กล่าว

ชี้แจงต่อกรรมาธิการงบประมาณ

แรกเริ่มเดิมที่ ทอ. มีแผนจัดหาเครื่องบินขับไล่โจมตีทดแทน ระยะที่ 1 จำนวน 4 ลำ ใช้เงินงบประมาณกว่า 7,382.6 ล้านบาท

แต่ในการชี้แจงกับคณะกรรมาธิการฯ เมื่อ 18 ก.ค. ทอ. ชี้แจงว่า กรณีโครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่โจมตีทดแทน ระยะที่ 1 จำนวน 4 ลำ เป็นความคลาดเคลื่อนทางเอกสาร โดย ทอ. ตั้งใจว่าจะตั้งงบประมาณเพื่อจัดหา 2 ลำ จากเดิม 4 ลำ เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศช่วงนี้

ผบ. ทบ. ชี้แจงด้วยว่า การจัดหาเครื่องบินเอฟ-35 เป็นก้าวสำคัญของประเทศเพื่อบ่งบอกถึงความทันสมัยของกองทัพอากาศ และการจัดหาเครื่องบินดังกล่าวต้องผ่านการพิจารณาของสภาคองเกรส จึงดำเนินการจัดซื้อได้ ปัจจุบันยังมิได้รับการพิจารณาจากสภาคองเกรส ซึ่งการได้รับอนุญาตเป็นกระบวนการส่วนหนึ่งในการจัดซื้อ

ทอ. ได้ให้เหตุผล 2 ข้อว่า เพื่อทดแทนของเดิมที่มีอายุการใช้งานมานาน อะไหล่ในการซ่อมบำรุงหายากและมีราคาสูง และเพื่อยกระดับกองทัพให้มีความทันสมัยทั้งหมด และเป็นจุดเริ่มต้นของเครื่องบินรบยุคที่ 5

ถ้าหากประเทศไทยได้เครื่องบินเอฟ-35 การดูแลรักษาเทียบกับค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงเครื่องบินที่มีอายุการใช้งานมานาน การดูแลรักษาเครื่องบินใหม่จะทำให้ประหยัดงบประมาณ ดังนั้น การที่ได้รับงบประมาณอันจำกัดหน่วยงานต้องใช้งบประมาณให้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด

อย่างไรก็ตาม คณะกรรมาธิการ ได้มีข้อสังเกตว่า การจัดหาเครื่องบินโจมตีทางยุทธศาสตร์เอฟ-35 ที่ต้องได้รับการพิจารณาและอนุมัติจากสภาคองเกรสก่อน ดังนั้น กองทัพอากาศ ควรให้สภาคองเกรสพิจารณาและอนุมัติในการจัดหาเครื่องบินเอฟ-35 เป็นที่เรียบร้อยก่อน จึงดำเนินการตั้งค่าของบประมาณในปีถัดไป

ฉากทัศน์ต่อจากนี้

“ให้ไป 300 กว่าล้าน ไม่ได้แปลว่าต้องจ่าย” สมชัย ศรีสุทธิยากร กมธ.งบประมาณ ปี 2566 อธิบายในรายการ “เจาะลึกทั่วไป อินไซต์ไทยแลนด์” ถึงงบประมาณ 369.1 ล้านบาท ที่อนุมัติให้กองทัพอากาศ เพื่อไปมัดจำเครื่องบินรบเอฟ-35 เอ พร้อมชี้ถึงฉากทัศน์ต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้

1. สภาคองเกรสไม่อนุมัติขายเครื่องบินให้ไทย หมายความว่าไทยไม่เสียเงิน 369.1 ล้านบาท และเงินที่ผูกพันต่อจากนี้ 4 ปี ทั้ง 7,382.6 ล้านบาท จะต้องยกเลิกทั้งหมด

2. ค่าเงินบาทแปรปรวนจนถึงจุดที่ทำให้ราคาเครื่องบินแพงเกินไป ไทยจะยกเลิกการสั่งซื้อ และให้กองทัพอากาศคืนเงินมัดจำกลับมา ไม่อนุญาตให้เปลี่ยนแปลงรายการสั่งซื้อในงบประมาณเป็นพาหนะ หรืออากาศยานรุ่นอื่น

นายสมชัยยังเปิดเผยถึงแผนเต็มของกองทัพอากาศในการจัดซื้อเครื่องบินรบเอฟ-35 ด้วยเหตุผลถึง “สมรรถนะทางการรบ” และ “ทำงานประสานกันเป็นทีม” กองทัพอากาศต้องมี 1 ฝูง หรือทั้งสิ้น 12 ลำ

“แต่การที่จะซื้ออีก 10 ลำ เป็นเรื่องที่ไม่ได้ผูกพันกับรัฐสภาและกรรมาธิการใด ๆ ทั้งสิ้น…เพราะต้องขอ (งบประมาณ) มาเป็นครั้ง ๆ”

ขอบคุณhttps://www.bbc.com/thai/articles/ce49y3x4q3do https://www.google.com/..1%E0%B8%A3%E0%B8%B4… https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A5%E0%B9%8..

เครื่องบินStealthล่องหนของอเมริกา อาจหมดพิษสง ด้วยควอนตัมเรดาร์ของจีน

TAKANO EV รถกระบะไฟฟ้า100% สัญชาติไทย-ญี่ปุ่น ราคาจับได้ สามแสนกว่าบาท

รถกระบะไซซ์มินิสีงาช้างสุดน่ารักที่ทุกคนเห็นคือยานยนต์รุ่น ‘TTE 500’ จากแบรนด์ TAKANO BANGKOK รถกระบะขนาดเล็กพลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นแรกที่ผลิตในประเทศไทย โดยได้รับการออกแบบและผลิตโดยทีมงานชาวญี่ปุ่นทั้งหมด..

ส่วนตัวถังของรถก็เป็นเหล็กมาตรฐานญี่ปุ่นทั้งคัน ทำให้ผู้ขับขี่มั่นใจเรื่องมาตรฐานและความปลอดภัยขณะใช้งานได้

จุดเด่นของ TTE 500 ก็คือการใช้พลังงานไฟฟ้าทั้งคัน ที่นอกจากจะลดการปล่อยมลภาวะสู่ชั้นบรรยากาศและทำให้ท้องฟ้ากลับมาสดใสอีกครั้ง ยังช่วยประหยัดค่าน้ำมันและค่าบำรุงรักษาอีกด้วย เพราะกระบะรุ่นนี้ใช้พลังงานไฟฟ้าเพียง 0.5 – 0.6 บาทต่อหนึ่งกิโลเมตรเท่านั้น ..

ส่วนการชาร์จไฟก็ง่ายมาก เพียงเสียบสายชาร์จกับเต้ารับคู่ 3 ขาที่บ้าน ไม่ต้องเดินทางไปปั๊มน้ำมันให้เสียเวลาเหมือนแต่ก่อนแล้ว ระยะเวลาชาร์จหนึ่งครั้งใช้เวลาราว 6 – 7 ชั่วโมง ..

ส่วนระยะทางที่รถวิ่งได้ต่อการชาร์จหนึ่งครั้งคือ 100 – 120 กิโลเมตร และวิ่งด้วยความเร็วสูงสุด 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

นอกจากนั้น ฟังก์ชันของกระบะรุ่นนี้ยังมาพร้อมระบบขับขี่พวงมาลัยขวา บรรจุของได้มากถึง 300 กิโลกรัม อีกทั้งมีขนาดกะทัดรัด ทำให้ใช้งานสะดวกและหาที่จอดรถง่ายด้วย

TAKANO BANGKOK ออกแบบรถกระบะไฟฟ้าให้ลูกค้าเลือกตามการใช้งานถึง 3 รุ่น ได้แก่..

1) Series Plain รุ่นต้นแบบที่รองรับการใช้งานทั่วไป มาพร้อมพวงมาลัยไฟฟ้า เกียร์ใช้งาน ที่ชาร์จไฟ กระจกไฟฟ้า จอแสดงผล และกล้องมองหลังขณะถอยรถ

2) Series Plus รุ่นที่อัปเกรดจาก Series Plain เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้แก่ผู้ใช้งาน โดยการเสริมเบาะหนังนุ่ม ระบบรีโมตนิรภัย รวมไปถึงเปลี่ยนเครื่องเสียงให้คมชัดและคุณภาพดีกว่าเดิม

3) Series Play รุ่นที่เพิ่มฟังก์ชันสนุกๆ โดยการปูท้ายกระบะด้วยไม้อัดและติดสติกเกอร์ข้างรถ เพื่อรองรับการจัดกิจกรรมต่างๆ หรือจะใช้เป็นพื้นที่ขายของก็ได้ เหมาะกับคนรุ่นใหม่ที่ Active และมีไอเดียสร้างสรรค์ตลอดเวลา

ทางแบรนด์ TAKANO BANGKOK มีสีรถกระบะให้เลือกถึง 5 สี ได้แก่ ดำ ขาว ฟ้า งาช้าง และเขียวมอสส์ ผู้ขับขี่สามารถเลือกรุ่นและสีของรถได้ตามความชอบและการใช้งาน ถือเป็นเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและยังโดดเด่นเรื่องดีไซน์ด้วย..

TAKANO BANGKOK จำหน่ายรถกระบะพลังงานไฟฟ้าราคาเริ่มต้น 499,000 บาท พร้อมประกันรถยนต์ รับจดทะเบียนจากกรมขนส่งทางบก และมีบริการหลังการขายช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมงทั่วประเทศไทย..

ทั้งนี้ “รถกระบะไฟฟ้า” Takano TTE-500 สามารถวิ่งได้ไกลถึง 120 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ด้วยความเร็วสูงสุด 60 km/hr รับประกันแบต Controller ตัวถัง 4 ปี อายุการใช้งานแบต 8 ถึง 10 ปี ราคาเปิดตัวที่ 499,000 บาท และได้ส่วนลดจากโครงการรัฐแล้วเหลือเพียง 369,000 บาทเท่านั้น

ใครสนใจติดต่อสอบถามเพิ่มเติมหรือจองคิวทดลองขับได้ที่ thisurl.me/TAKANO-BKK.

ที่มา https://www.pohchae.com/2022/07/14/ev-takano-bangkok/

ลิเธียมLithium นิยมนำมาทำแบตเตอรี่ ระวัง!จะติดไฟและไหม้เมื่อโดนออกซิเจนและน้ำ

ลิเธียม (Lithium) เป็นธาตุมีสัญลักษณ์ Li และเลขอะตอม 3 ในตารางธาตุ ตั้งอยู่ในกลุ่ม 1 ในกลุ่มโลหะอัลคาไล

ลิเธียมบริสุทธิ์ เป็นโลหะที่อ่อนนุ่ม และมีสีขาวเงิน ซึ่งถูกออกซิไดส์เร็วในอากาศและน้ำ

ลิเธียมเป็นธาตุของแข็ง ที่เบาที่สุด และใช้มากในโลหะผสมสำหรับการนำความร้อน ในแบตเตอรี่ไฟฟ้า ถ่านไฟฉายและเป็นส่วนผสมในยาบางชนิดที่เรียกว่า “mood stabilizer”

คุณลักษณะพื้นฐาน

ลิเธียมเป็นโลหะที่เบาที่สุดในบรรดาโลหะทั้งหมด และมีความหนาแน่นเพียงครึ่งเท่าของน้ำ ที่น่าแปลกก็คือ ลิเธียมยังมีคุณสมบัติของโลหะแอลคาไลน์เอิร์ธ ในหมู่ 2 ด้วย ลิเธียมเป็นโลหะสีเงิน อ่อนนิ่มมากจนตัดด้วยมีดคมๆ ได้

ลิเธียมมีคุณสมบัติอย่างโลหะแอลคาไลทั้งปวง นั่นคือ มีวาเลนซ์อิเล็กตรอนเพียงตัวเดียว และพร้อมที่จะสูญเสียอิเล็กตรอนตัวนี้ไปเป็นไอออนบวก ทำให้มีอิเล็กตรอนในระดับชั้นพลังงานที่ไม่ครบถ้วน เนื่องจากกรณีดังกล่าว ทำให้ลิเธียมทำปฏิกิริยาในน้ำได้ง่าย..

เมื่ออังลิเธียมไว้เหนือเปลวไฟ มันจะให้สีแดงเข้มออกมา แต่เมื่อเผาไหม้โดยตรง เปลวไฟจะเป็นสีขาวสว่างจ้า โลหะลิเธียมจะติดไฟและไหม้เมื่อกระทบกับออกซิเจนและน้ำ

นอกจากนี้ยังนับเป็นโลหะเพียงชนิดเดียวที่ทำปฏิกิริยากับไนโตรเจนที่อุณหภูมิห้อง ลิเธียมนั้นมีความจุความร้อนจำเพาะที่สูงมาก คือ 3,582 J/(kg·K) และมีช่วงอุณหภูมิที่กว้างเมื่ออยู่ในรูปของเหลว ซึ่งทำให้เป็นสารเคมีที่มีประโยชน์ใช้งานได้

ลิเธียมที่อยู่ในรูปโลหะบริสุทธิ์จะติดไฟได้ง่ายมากและระเบิดได้ค่อนข้างง่าย เมื่อกระทบกับอากาศ และโดยเฉพาะกับน้ำ ไฟจากลิเธียมนั้นดับได้ยาก ต้องอาศัยสารเคมีเฉพาะที่ผลิตมาสำหรับการดับไฟนี้โดยตรง

สำหรับโลหะลิเธียมยังสึกกร่อนง่าย และต้องจับต้องอย่างระมัดระวังเป็นพิเศษ เพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยตรงกับผิวหนัง การเก็บรักษาควรเก็บไว้ในรูปของสารประกอบที่ไม่ทำปฏิกิริยา เช่น แนพธา (naphtha) หรือไฮโดรคาร์บอน

สารประกอบลิเธียมนั้นไม่มีบทบาทเชิงชีววิทยาในธรรมชาติ และถือว่าเป็นพิษพอสมควร เมื่อใช้เป็นยา จะต้องคอยตรวจสอบอย่างระมัดระวัง เพราะลิเธียมไอออน (Li+) จะทำให้เลือดมีความเข้มข้นมากขึ้น

การประยุกต์ใช้

เนื่องจากความร้อนจำเพาะที่สูง (มากทีสุดในบรรดาของแข็งใดๆ) ทำให้มีการใช้ลิเธียมในการถ่ายเทความร้อน นอกจากนี้ยังใช้เป็นโลหะขั้วแอโนดของแบตเตอรี่ ทั้งนี้เพราะศักย์ทางไฟฟ้าเคมีที่สูงนั่นเอง ขณะเดียวกัน การที่มีน้ำหนักแห้งกว่าเซลล์มาตรฐานทั่วไป แบตเตอร์รีเหล่านี้จึงให้แรงดันไฟฟ้าที่สูงกว่า (3 โวลต์ ขณะที่แบตเตอรีแบบอื่นให้แรงดัน 1.5 โวลต์) การใช้งานอื่นๆ ได้แก่..

-เกลือลิเธียม เช่น ลิเธียมคาร์บอเนต (Li2CO3) ลิเธียมไซเตรต และ ลิเธียมโอโรเทต ถือเป็น mood stabilizers ที่ใช้ในการบำบัดอาการทางจิต (bipolar disorder) เนื่องจากไม่เหมือนกับยา mood altering อื่นๆ ส่วนใหญ่ ที่รักษาทั้งอาการคลุ้มคลั่ง และอาการซึมเศร้า

นอกจากนี้ลิเธียมยังใช้เพื่อขยายผลยาต้านการซึมเศร้าอื่น ๆ ปริมาณลิเธียมที่ใช้ประโยชน์ได้นี้น้อยกว่าปริมาณที่เป็นพิษเล็กน้อย ด้วยเหตุนี้จึงต้องตรวจสอบระดับลิเธียมในกระแสเลือดอย่างรอบคอบในช่วงการบำบัดรักษา
-ลิเธียมคลอไรด์ และ ลิเธียมโบรไมด์ นิยมใช้เป็นอุปกรณ์วัดความชื้นที่ดีเยี่ยม และมักจะใช้เป็น desiccant

-ลิเธียมสเตียเรต (Lithium stearate) นิยมใช้ทั่วไปสำหรับเป็นสารหล่อลื่นอุณหภูมิสูงแบบอเนกประสงค์

-ลิเธียมเป็นตัวกระทำชนิดอัลลอย ที่ใช้เพื่อสังเคราะห์สารประกอบอินทรีย์

-ลิเธียมยังใช้เป็นฟลักซ์ เพื่อช่วยในการหลอมของโลหะในช่วงการเชื่อมและบัดกรี นอกจากนี้ยังลดการเกิดออกไซด์ในช่วงที่เชื่อม โดยการดูดซับสิ่งเจือปนไว้ คุณสมบัติการหลอมดังกล่าวยังมีความสำคัญในฐานะเป็นตัวเชื่อมประสาน สำหรับการผลิตเซรามิก วัสดุเคลือบ และเครื่องแก้ว

-ในเครื่องแก้วและเซรามิก รวมทั้งกระจกสำหรับทำกล้องโทรทรรศน์ขนาด 200 นิ้ว ที่ยอดเขาพาโลมาร์ด้วย

-ลิเธียมไฮดรอกไซด์ นั้นใช้ดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์จากอากาศในยานอวกาศ และเรือดำน้ำ สำหรับไฮดรอกไซด์ของอัลคาไลอื่นๆ นั้นจะดูดซับ CO2 ได้ แต่ลิเธียมไฮดรอกไซด์นั้นทำได้ดีกว่า เพราะมีน้ำหนักโมเลกุลที่ต่ำนั่นเอง
มีการใช้อัลลอยของโลหะ ที่มีส่วนผสมของ อะลูมิเนียม, แคดเมียม, ทองแดง, และ แมงกานีส เพื่อผลิตชิ้นส่วนอากาศยานที่ต้องการประสิทธิภาพสูง

-ลิเธียมไนโอเบต (Lithium niobate) มีการใช้อย่างกว้างขวางในตลาดเครื่องมือโทรคมนาคม เช่น โทรศัพท์เคลื่อนที่ และมอดูเลเตอร์แสง

-ลิเธียมไนโอเบตแบบสภาพไม่เชิงเส้นสูง ยังเป็นทางเลือกที่นิยมใช้สำหรับการประยุกต์ใช้งานต่าง ๆ แบบไม่เชิงเส้น (non-linear application)

-ลิเธียมดิวเทอไรด์ (Lithium deuteride) , ดิวเทอเรียมเป็นไอโซโทปหนึ่งของไฮโดรเจน) เป็นเชื้อเพลิงแบบหลอมตัวในระเบิดไฮโดรเจน เมื่อถูกระดมยิงด้วยนิวตรอน ทั้งลิเธียม -6 และลิเธียม -7 จะผลิตไตรเธียมออกมา ไตรเธียมจะหลอมรวมตัวกับดิวเทอเรียม ในปฏิกิริยาฟิวชั่น ซึ่งทำได้ง่ายกว่า

-ลิเธียมถูกใช้เป็นแหล่งกำเนิด อนุภาคแอลฟา หรือนิวคลีไอของลิเธียม เมื่อนิวคลีไอของลิเธียม -7 ถูกระดมยิงจากโปรตอนที่ถูกเร่ง นิวคลีไอบางตัวของลิเธียมจะแตกสลายเป็นโปรตอน 4 ตัว และนิวตรอน 4 ตัว และทำให้เกิดอนุภาคแอลฟา 2 ตัวด้วย นับเป็นปฏิกิริยานิวเคลียร์ครั้งแรกที่มนุษย์สร้างขึ้น โดยฝีมือของคอกรอฟต์ (Cockroft) และวอลตัน (Walton) เมื่อ ค.ศ. 1929

-ลิเธียมไฮดรอกไซด์ (LiOH) เป็นสารประกอบที่สำคัญของลิเธียม ที่ได้มาจากลิเธียมคาร์บอเนต (Li2CO3) นับเป็นเบสที่แรง และเมื่อให้ความร้อนจากไขมัน มันจะทำให้เกิดสบู่ลิเธียมขึ้น สบู่ลิเธียมนี้มีความสามารถทำให้น้ำมันแข็งตัว และด้วยเหตุนี้ จึงนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ เพื่อผลิตจาระบีสำหรับใช้ในการหล่อลื่นเครื่องยนต์

-ลิเธียมไฮดรอกไซด์เป็นสารเคมีที่มีน้ำหนักเบาและมีประสิทธิภาพในการกรองให้อากาศบริสุทธิ์ ในพื้นที่จำกัด เช่น ยานอวกาศ ความเข้มข้นของคาร์บอนไดออกไซด์สามารถทำให้เสียสุขภาพหรือเกิดพิษได้ ลิเธียมไฮดรอกไซด์จะช่วยดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์จากอากาศ โดยการเข้าทำปฏิกิริยาและเกิดเป็นลิเธียมคาร์บอเนต

-แบตเตอรี่ชนิดลิเธียมไอออนเป็นตัวเก็บพลังงานไฟฟ้าที่มีขนาดเล็กและน้ำหนักเบา ทำให้อุปกรณ์ที่เคยมีขนาดใหญ่ มีขนาดเล็ก น้ำหนักเบา พกพาสะดวก รวมถึงมีระยะเวลาใช้งานก่อนจะประจุไฟใหม่ยาวนานขึ้นมาก แบตเตอรี่ชนิดลิเธียมไอออนมีความสำคัญต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมรถยนต์ใช้พลังงานไฟฟ้า เช่น รถยนต์ไฮบริด รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้า และยังมีความพยายามนำแบตเตอรี่ชนิดนี้ไปใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ เช่น ด้านอวกาศ ด้านการทหาร ด้านการไฟฟ้าและสาธารณูปโภค

ประวัติ

สารเพทาไลต์ (Petalite) ซึ่งมีลิเธียมเป็นส่วนประกอบ ถูกค้นพบเป็นครั้งแรก โดยนักวิทยาศาสตร์ชาวบราซิล ชื่อโฮเซ โบนิฟาเชียว เด อันดราดา เอ ซิลวา (José Bonifácio de Andrada e Silva) เมื่อปลายคริสต์ทศวรรษ ขณะเดินทางไปยังสวีเดน ส่วนลิเธียมนั้นถูกค้นพบครั้งแรกเมื่อ ค.ศ. 1817 โดย โยฮันน์ อาร์ฟเวดสัน (Johann Arfvedson) โดยเขาได้ค้นพบธาตุชนิดใหม่นี้ในแร่สปอดูมีน (spodumene) และเลปิโดไลต์ (lepidolite) ในสินแร่เพทาไลต์ (petalite)

LiAl (Si2O5) 2 ที่เขาวิเคราะห์ในช่วงที่ทำการสำรวจตามปกติจากแร่บางอย่างในเหมืองแห่งหนึ่งของเกาะอูโทของประเทศสวีเดน และเมื่อ ค.ศ. 1818 คริสเตียน กเมลิน (Christian Gmelin) นับเป็นบุคคลแรกที่ได้สังเกตเห็นว่าเกลือลิเธียมจะให้เปลวไฟสีแดงเข้ม อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์ทั้งสองพยายามที่จะแยกธาตุออกจากเกลือดังกล่าว แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ

การแยกธาตุลิเธียมยังไม่ประสบผลสำเร็จ กระทั่งวิลเลียม โทมัส เบรนด์ (William Thomas Brande) และเซอร์ฮัมฟรีย์ เดวี (Humphrey Davy) ได้ใช้วิธีการแยกสลายด้วยไฟฟ้ากับลิเธียมออกไซด์ เมื่อ ค.ศ. 1818 ต่อมา บุนเสน (Bunsen) และมาทีสเสน (Matiessen) ได้แยกโลหะส่วนใหญ่ออกด้วยการแยกสลายลิเธียมคลอไรด์ด้วยไฟฟ้า เมื่อ ค.ศ. 1855

สำหรับการผลิตโลหะลิเธียมในเชิงพาณิชย์เพิ่งประสบความสำเร็จ เมื่อ ค.ศ. 1923 โดยบริษัทแห่งหนึ่งของเยอรมนี ชื่อ เมทัลเกเซลชาฟท์ (Metallgesellschaft) ด้วยการใช้วิธีแยกสลายด้วยไฟฟ้าเช่นเดียวกัน แต่ใช้สารตั้งต้นเป็นลิเธียมคลอไรด์ และโพแตสเซียมคลอไรด์ที่หลอมละลาย เมื่อได้ธาตุบริสุทธิ์ออกมา ก็ได้ตั้งชื่อว่า ลิเธียม (กรีก λιθοσ (ลิธอส) หมายถึง หิน) เพราะค้นพบมาจากแร่ ขณะที่โลหะอัลคาไลอื่นๆ ทั่วไป ค้นพบเป็นครั้งแรกจากเนื้อเยื่อของพืช

ในโลกของเรามีลิเธียมแพร่หลายกว้างไกล แต่ไม่ปรากฏในธรรมชาติในรูปอิสระ เพราะความสามารถทำปฏิกิริยาที่สูงมาก จึงมักพบเป็นส่วนประกอบกับธาตุชนิดอื่น หรือสารประกอบอื่นๆ ลิเธียมเป็นส่วนประกอบย่อยของหินอัคนีแทบทุกชนิด และยังพบในแอ่งน้ำกร่อยในธรรมชาติจำนวนมากด้วย..

ลิเธียมนับเป็นธาตุที่พบได้มากเป็นอันดับที่ 31 โดยมีอยู่มากในแร่ต่างๆ เช่น สปอดูมีน, เลปิโดไลต์ และแอมบลิโกไนต์ ในเปลือกโลกยังมีลิเธียมเป็นส่วนประกอบถึง 65 ส่วนต่อล้านส่วน (ppm)

นับตั้งแต่สิ้นสุด สงครามโลกครั้งที่สอง มีการผลิตลิเธียมเพิ่มขึ้นสูงมาก โลหะชนิดนี้ถูกแยกจากธาตุอื่นๆ ในหินอัคนี และยังถูกสะกัดออกจากน้ำในน้ำพุแร่ต่างๆ แร่สำคัญๆ ที่มีลิเธียมเป็นส่วนประกอบได้แก่ เลปิโดไลต์, สปอดูมีน, เปทาไลต์, และแอมบลิโกไนต์

ในอเมริกามีการค้นพบลิเธียมในแอ่งน้ำกร่อย ในรัฐเนวาดา ทุกวันนี้ลิเธียมที่ผลิตขึ้นในเชิงพาณิชย์ส่วนใหญ่ขุดได้มาจากแหล่งน้ำกร่อยในประเทศชิลี โลหะชนิดนี้ (ซึ่งมีสีเงิน เช่นเดียวกับโซเดียม โพแทสเซียม และโลหะอัลคาไลอื่นๆ) ถูกผลิตขึ้นด้วยการแยกสลายทางไฟฟ้า จากส่วนผสมของโพแตสเซียมคลอไรด์ และลิเธียมที่หลอมละลาย

ลิเธียมในรูปโลหะบริสุทธิ์นั้นมีตลาดซื้อขายที่แคบ และข้อมูลด้านราคาก็หายาก เมื่อ ค.ศ. 1998 มีราคาอยู่ที่ 43 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อน้ำหนัก 1 ปอนด์ (หรือ 95 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อน้ำหนัก 1 กิโลกรัม) ประเทศชิลีนับเป็นผู้ผลิตโลหะลิเธียมบริสุทธิ์รายใหญ่ของโลกในปัจจุบัน

การแยก (* ข้างล่าง) :

แคโทด: Li + * + e − → Li* {\displaystyle {\mbox{Li}}^{+}{\mbox{*}}+{\mbox{e}}^{-}\to {\mbox{Li*}}} {\mbox{Li}}^{{+}}{\mbox{*}}+{\mbox{e}}^{{-}}\to {\mbox{Li*}}

แอโนด: Cl − * → 1 2 Cl 2 ( gas ) + e − {\displaystyle {\mbox{Cl}}^{-}{\mbox{*}}\to {\frac {1}{2}}{\mbox{Cl}}_{2}({\mbox{gas}})+e^{-}} {\mbox{Cl}}^{{-}}{\mbox{*}}\to {\frac {1}{2}}{\mbox{Cl}}_{2}({\mbox{gas}})+e^{-}
ไอโซโทป

ลิเธียมที่ปรากฏในธรรมชาตินั้น ประกอบด้วยไอโซโทปที่เสถียร 2 ตัว คือ Li-6 และ Li-7 โดยที่ Li-7 มีอยู่เป็นสัดส่วนที่สูงกว่ามาก (92.5%) สำหรับไอโซโทปกัมมันตรังสีอื่นๆ 7 ตัวนั้น ตัวที่เสถียรมากที่สุดคือ Li-8 ซึ่งมีค่าครึ่งชีวิต 838 มิลลิวินาที และ Li-9 มีค่าครึ่งชีวิต 178.3 มิลลิวินาที ส่วนไอโซโทปกัมมันตรังสีที่เหลือ มีครึ่งชีวิตน้อยกว่า 8.6 มิลลิวินาที สำหรับไอโซโทปที่มีครึ่งชีวิตสั้นที่สุด คือ 4Li ซึ่งสลายไปโดยการปลดปล่อยโปรตอน และมีครึ่งชีวิตเพียง 7.58043×10-23 วินาที

ลิเธียม -7 นั้น นับเป็นธาตุเริ่มต้น (primordial elements) ที่เกิดขึ้นในช่วงบิกแบง (Big Bang nucleosynthesis) ไอโซโทปของลิเธียมจะแตกตัวอย่างชัดเจนในกระบวนการทางธรรมชาติที่หลากหลาย ได้แก่ การเกิดแร่ (การตกตะกอนทางเคมี) , เมตาบอลิซึม, การแลกเปลี่ยนไอออน (Li นั้นถูกใช้แทน แมกนีเซียม และ เหล็กในแร่ดินรูปทรงแปดหน้า, โดยที่ Li-6 นั้นมักพบได้มากกว่า Li-7) , การกรองแบบ hyperfiltration และการเปลี่ยนแปลงของหิน.

ที่มา-https://www.pohchae.com/2022/08/14/lithium/

”ชิป”รถขาดแคลน บ.รถยนต์อเมริกา หยุดสายงานผลิตนับล้านคัน

“ชิป” ขาดแคลนน่าจะทำความเสียหายให้กับบริษัทรถยนต์แต่ละรายเฉลี่ย 61 พันล้านเหรียญสหรัฐ และ TSMC บริษัทผู้ผลิตชิปรายใหญ่สุดของโลกสัญชาติไต้หวัน เผยว่าตลอดปี 2563 ชิปที่ผลิตได้ ส่งให้โรงงานผลิต Smartphone ราว 80 % รถยนต์ที่มีสัดส่วนเพียง 3% ดังนั้นตลาดรถยนต์จะได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน

รถยนต์ยุคปัจจุบันมีเรื่องของซอฟต์แวร์ และการควบคุมการทำงานด้านระบบอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้นกว่าที่เคยมีมา ดังนั้น ปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลต่อการผลิตรถยนต์สักคัน และในตอนนี้ทำท่าว่าจะบานปลายจนส่งผลกระทบต่อกำลังการผลิตของบริษัทรถยนต์ทั่วโลก โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา คือ การขาดแคลนสมองกลของหน่วยประมวลผลที่จะต้องมีไมโครโปรเซสเซอร์ หรือชิปเข้ามาช่วยควบคุมการทำงาน

ต้นตอมาจาก โควิด-19?

เราจะพูดกันอย่างนั้นก็ได้ เพราะโควิด-19 ที่ระบาดเมื่อปี 2563 คือต้นเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาตามมาหลายอย่าง และบางอย่างดูเหมือนว่าจะมีความเกี่ยวพันกัน ถ้าหากของ 2 สิ่งนั้นจำเป็นจะต้องใช้ชิ้นส่วนแบบเดียวกัน ..

อย่างที่ทราบกันดีว่า การระบาดของโควิด-19 ทำให้โรงงานผลิตหลายแห่งทั่วโลก โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมใดก็ตามจำเป็นต้องหยุดการทำงานอยู่พักใหญ่อาจจะเพราะนโยบายของภาครัฐด้านสุขอนามัยเพื่อลดการแพร่ระบาด หรือว่ากำลังพลหรือ Manpower ขาดแคลนอันเนื่องมาจากการติดโควิด-19 ซึ่งอุตสาหกรรมรถยนต์ก็เจอปัญหานี้เช่นเดียวกัน..

อย่างไรก็ตาม เมื่อทุกอย่างผ่านพ้นปี 2563 หลายโรงงานเริ่มกลับมาเดินเครื่องอีกครั้ง แต่ดูเหมือนว่าในระบบซัพพลายเชนของชิ้นส่วนที่เป็นส่วนประกอบของรถยนต์ 1 คันกลับไม่สามารถเดินเครื่องได้ทันตามความต้องการ และเลือกที่หันไปตอบสนองอุตสาหกรรมอีกส่วนที่มีอัตราการเติบโตดีกว่า เพราะการที่คนเราต้อง Work From Home

..การที่ชิปสำหรับใช้ในสมองกลเพื่อควบคุมการทำงานของรถยนต์กำลังกลายเป็นปัญหาในด้านกำลังการผลิตที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการนั้น เป็นเพราะผู้ผลิตชิปเองหันไปตอบสนองตลาดคอมพิวเตอร์ทั้งเดสทอป แลปท็อป หรือ Mobile Device ที่มีอัตราการเติบโตอย่างมากในช่วงปี 2020 ที่เกือบทุกประเทศในโลกมีการล็อคดาวน์ และกำลังคนต้อง WFH

เพราะในปี 2563 โรงงานผลิตรถยนต์ต้องลดกำลังการผลิตและบางแห่งต้องหยุด แต่ตลาดคอมพิวเตอร์โตเอาโตเอาเพราะการล็อคดาวน์ นั่นเลยทำให้โรงงานผลิตชิปเลือกที่จะลดกำลังการผลิตชิปสำหรับใช้ในอุตสาหกรรมรถยนต์ลดลงอย่างมาก และเทกำลังการผลิตไปที่ชิปสำหรับการใช้งานของบรรดาคอมพิวเตอร์ที่มีอนาคตสดใสและความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างมากแทน

TSMC บริษัทผู้ผลิตชิปรายใหญ่สุดของโลกสัญชาติไต้หวัน เผยว่าตลอดปี 2563 ราว 80% ของชิปที่ผลิตได้ ส่งไปให้โรงงานผลิต Smartphone และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ทิ้งห่างชิปในรถยนต์ที่มีสัดส่วนเพียง 3% อย่างไม่เห็นฝุ่น แม้ไตรมาส 4 ปีเดียวกันส่งให้ฝ่ายหลังเพิ่มขึ้นพอสมควรแต่ก็ยังคงเป็นสัดส่วนที่น้อยมากอยู่ดี

ดังนั้นเมื่อเข้าสู่ปลายปี 2563 ที่ตลาดรถยนต์เริ่มฟื้น สิ่งที่เกิดขึ้นคือ บริษัทรถยนต์ขาดแคลนชิป

ณ ตอนนี้กลายเป็นว่า แม้โรงงานผลิตรถยนต์จะกลับมาทำงานได้ ถึงแม้ว่าจะยังไม่เต็มกำลังการผลิตก็ตาม แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ พวกเขาขาดชิ้นส่วนในการผลิตให้รถยนต์ 1 คันสามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์ นั่นคือ ชิป

ทาง AlixPartners มีการประเมินการณ์เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม ที่ผ่านมาว่า ภายใต้สิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ตลาดรถยนต์จะได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา โดยตัวเลขการผลิตของตลาดแห่งนี้น่าจะขาดหายไปมากกว่า 3.9 ล้านคันสำหรับปีนี้ อันเนื่องมาจากวิกฤตการณ์ชิปหายนี่นั่นเอง จากเดิมที่คาดว่าน่าจะมีตัวเลขหายไปเพียง 1.5 ล้านคัน

..ขณะที่ตลาดแห่งอื่น ๆ ของโลกก็น่าจะเจอปัญหานี้ไม่แพ้กัน เช่นมาสด้า ได้เปิดเผยว่ากำลังการผลิตรถยนต์ของตัวเองเดือนกุมภาพันธ์หายไปถึง 7,000 คัน
ขณะที่ของ ออดี้ ขาดหายไปถึง 10,000 คัน
ส่วน ฟอร์ด เผยว่าโรงงานในเยอรมนีต้องหยุดการผลิตชั่วคราวจากปัญหาเดียวกัน

ด้านโตโยต้า และนิสสัน ก็ยอมรับว่าได้ผลกระทบจากปัญหาด้วย ท่ามกลางคาดการณ์ว่า ยอดผลิตในอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลกไตรมาสแรกปีนี้จะลดลงไปราว 672,000 คันและต้องพ้นไตรมาส 3 ไปแล้วสถานการณ์จึงจะดีขึ้น

จากการประเมินของ AlixPartners วิกฤตครั้งนี้จะทำให้กำลังการผลิตรถยนต์หายไปตามตัวเลขขั้นต้น และสิ่งที่ตามมาคือ รายได้ที่ลดลงของแต่ละบริษัท โดยเฉลี่ยแล้วรายได้ก่อนหักภาษีของแต่ละบริษัทอาจจะหายในระดับ 110 ล้านเหรียญสหรัฐฯ กันเลยทีเดียว ซึ่งถือว่าวิกฤตกว่าที่ประเมินสถานการณ์ครั้งนี้เกือบเท่าตัวเลข โดยตอนนั้น AlixPartners เชื่อว่าวิกฤตชิปหายน่าจะทำความเสียหายให้กับบริษัทรถยนต์แต่ละรายเฉลี่ย 61 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เท่านั้น

เหตุผลที่ความเสียหายมีเพิ่มขึ้น ก็เพราะในตอนนี้ยังไม่มีแนวโน้มที่ผู้ผลิตชิปรายใดในโลกสามารถเพิ่มกำลังการผลิตขึ้นมารองรับกับความต้องการได้อย่างรวดเร็วและทันท่วงที หรือแก้ปัญหานี้ได้ในแบบข้ามคืน แม้แต่ TMSC ที่เป็นผู้ผลิตรายใหญ่ก็ยังต้องสร้างโรงงานเพิ่มเพื่อรับมือกับความต้องการครั้งนี้ ซึ่งก็ยังต้องใช้เวลานานถึง 3 ปีในการก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่เพื่อรองรับการผลิต

ส่วนสหรัฐอเมริกา ซึ่งในอดีตเคยเป็นฐานการผลิตของชิปในยุคทศวรรษที่ 1990 นั้น ดูเหมือนว่าที่นี่จะไม่ใช่ฐานการผลิตหลักของชิ้นส่วนนี้อีกตต่อไป เพราะเมื่อเปรียบเทียบกับการผลิตในยุค 2 ทศวรรษที่แล้วนั้น สัดส่วนการผลิตชิปในสหรัฐอเมริกาสำหรับป้อนออกสู่ตลาดโลกมีเพียงแค่ 12% เท่านั้นจากเดิมที่เคยครองส่วนแบ่งถึง 37%

จากการแค่ปัญหาการผลิต เรื่องอาจบานปลายเป็นประเด็นการเมือง

นอกจากนั้น ปัญหานี้ถูกมองว่า อาจจะกลายเป็นเรื่องประเด็นทางการเมืองเพิ่มเติม หลังจากที่จีน ซึ่งได้รับผลกระทบจากนโยบายการแบนสินค้าจากจีนโดยรัฐบาลชุดก่อนของสหรัฐอเมริกาภายใต้การนำของ Donald Trump อาจจะต้องมองหาทางออกอย่างใดอย่างหนึ่งในการใช้นโยบายจีนเดียวในการกดดันไต้หวัน ที่ในตอนนี้กำลังเนื้อหอม และอาจจะใช้วิกฤตนี้ในการสร้างอำนาจในการต่อรองบนเวทีตลาดโลกได้ ซึ่งอย่างที่ทราบกันดีว่าความต้องการใช้ชิปนั้นไม่ได้มีแค่อุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์และรถยนต์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ อีกมากมาย..

ขณะเดียวกันในสหรัฐอเมริกาเอง ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา Joe Baiden ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ตัดสินใจอนุมัติงบเงินทุนรวมกว่า 37,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.15 ล้านล้านบาท เพื่อเป็นงบประมาณสำหรับแก้ปัญหาชิปขาดแคลนโดยตรง เพื่อเร่งกระบวนการผลิตในประเทศให้ทันกับความต้องการของตลาด และอุตสาหกรรมรถยนต์ ตลอดจนอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า

นอกจากนั้น บรรดากลุ่มผู้ประกอบการบิ๊กเทคฯ นำโดย Apple, Microsoft, Alphabet (Google), Amazon และ Cisco ต่างก็ออกมาร่วมกันส่งจดหมายกดดันให้ผู้ออกกฎหมายในสหรัฐฯ พิจารณาถึงความเป็นไปได้ในการสนับสนุนเงินทุนเพิ่มเติมอีก 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 1.56 ล้านล้านบาท เพื่อดำเนินการผ่านกฎหมายมุ่งเป้าไปที่การส่งเสริมการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ในประเทศ โดยที่เงินทุนเหล่านั้นจะถูกนำไปใช้เพิ่มเป็นค่าตอบแทนเพิ่มเติมสำหรับการผลิตเซมิคอนดักเตอร์และการวิจัยในสหรัฐฯ โดยเฉพาะ

△รถในอเมริกาจอดนิ่งเป็นตับ เพราะสายงานผลิตขาดเเคลน ชิป สมองกล

..วิกฤตครั้งนี้ถือว่าเกิดขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะในโรงงานการผลิตใหญ่ๆ ซึ่งต้องยอมรับว่าทั้งในสหรัฐอเมริกาและยุโรปกำลังได้รับผลกระทบอย่างมาก ที่สำคัญในรถยนต์ 1 คันนั้นไม่ได้ใช้ชิปเพียงแค่ตัวหรือสองตัว แต่จากการเปิดเผยของ Dan Hearsch แห่ง AlixPartners ระบุว่า ส่วนใหญ่แล้วรถยนต์ในปัจจุบัน 1 คันจะใช้ชิปมากถึง 1,400 ตัวเลยทีเดียว และจะเพิ่มมากขึ้นถ้าโลกของเรากำลังเดินหน้าสู่การเป็นรถยนต์แบบขับเคลื่อนด้วยตัวเองหรือมีการใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์แบบเต็มตัว

สำหรับบ้านเรา ก็มีบางแบรนด์รถยนต์ได้รับผลกระทบแล้ว อย่างรายงานล่าสุดคือ การที่ฮอนด้า ประกาศหยุดการผลิตโรงงานที่อยุธยาตั้งแต่วันที่ 4 พฤษภาคมจนถึงสิ้นเดือน ซึ่งวิกฤตนี้เป็นผลกระทบต่อเนื่องมาจากหลายเรื่องทั้งการขาดแคลนชิปเพราะกำลังการผลิตไม่พอ เรื่องวิกฤตที่คลองสุเอชทำให้สินค้าจากฝั่งยุโรปเดินทางมาไม่ตรงตามกำหนด บวกกับโรงงานชิปในญี่ปุ่นไฟไหม้ และตรงนี้น่าจะมีผลกระทบในเรื่องของยอดการผลิตรวมในปี 2564 ไม่มากก็น้อยอย่างแน่นอน ขณะที่ โตโยต้า และ อีซูซุ ก็ยังยืนยันว่าเตรียมแผนในการรับมือปัญหานี้มาระดับหนึ่งแล้ว และน่าจะจัดการเรื่องที่เกิดขึ้นได้โดยไม่ส่งผลกระทบมากนัก..

บทสรุปของวิกฤตครั้งนี้จะเป็นอย่างไร คงต้องติดตามดูกันต่อไป และอย่างที่บอกว่า ปัญหาครั้งนี้ไม่สามารถแก้ไขได้เพียงแค่ข้ามคืน ทุกอย่างยังคงต้องใช้เวลา เพียงแต่จะเร็ว หรือจะช้าขนาดไหน เราน่าจะได้คำตอบกันอีกไม่นานนับจากนี้.

ที่มา https://www.pohchae.com/2022/08/12/car-chip-tsmc

รู้จักกับ สาย PVในระบบโซล่าร์เซลล์

รู้จักกับ สาย PVในระบบโซล่าร์เซลล์( Photovoltaic : PV )

สาย PV1-F เป็นสายไฟชนิดอ่อน ใช้สำหรับไฟ DC  ออกแบบมาเพื่อระบบโซล่าเซลล์โดยเฉพาะ เป็นสายทองแดงเคลือบดีบุก หุ้มฉนวน 2 ชั้น ทนความร้อน..

การออกแบบระบบ จะต้องระมัดระวังในการพิจารณา เลือกชนิดและขนาดสายไฟให้เหมาะสม ซึ่งจะส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของระบบ หากเลือกสายไฟที่ไม่เหมาะสม อาจทำให้เกิดความร้อนสูงและเกิดไฟไหม้จากกระแสที่มากเกินได้

การใช้สายผิดประเภท เช่นนำสาย AC มาแทน DC ซึ่งลดต้นทุนสำหรับผู้รับเหมา การติดตั้งใหม่ไม่มีปัญหาในตอนส่งงาน เนื่องจากสายใหม่ยังนำไฟได้ดี แต่หากใช้งานไปเรื่อยๆ เกิดความร้อนความชื้น จะเกิดไคลที่ผิวทองแดง เพราะสายไม่ได้เคลือบผิว กระแสเริ่มลดลงเรื่อยๆ ได้ไฟน้อยลง การคืนทุนยิ่งยาวนานขึ้น เพราะไฟ DC วิ่งที่ผิว หากผิวสายไฟสกปรก กระแสจึงไหลผ่านไม่สะดวก หลายสถานที่ต้องรื้อระบบเดินสายใหม่หมด มาใช้สาp PV สำหรับโซล่าเซลล์โดยเฉพาะ..

ภายในสาย PV1-F ประกอบด้วยสายเส้นเล็กๆ จำนวนมาก ทำให้เหมาะกับไฟฟ้ากระแสตรง (DC) ไฟไหลผ่านได้ดี เพราะไฟฟ้าระบบกระแสตรง จะวิ่งที่ขอบของสายไฟเส้นเล็กๆ มีค่าความสูญเสียการไฟฟ้าน้อยกว่า การใช้สายไฟเส้นใหญ่ๆเพียงเส้นเดียว

และสายยังเคลือบด้วยดีบุก เพื่อป้องกันการกัดกร่อน หรือตะไคร่เมื่อเกิดความชื้น

สายไฟชนิดนี้สามารถทนอุณหภูมิ ทั้งภายในและภายนอกสายไฟได้ สูงมากกว่า 90 องศาเซลเซียส

โดยในการออกแบบระบบจะต้องระมัดระวังในการพิจารณา เลือกชนิดและขนาดสายไฟให้เหมาะสม ซึ่งจะส่งผลต่อประสิทธิภาพ หากเลือกสายไฟที่ไม่เหมาะสม อาจทำให้เกิดความร้อนสูงและเกิดไฟไหม้จากกระแสที่มากเกินได้

ขนาดสายไฟที่นิยมใช้มักจะมีขนาด 4 sqmm และ 6 sqmm.

ที่มา https://www.pohchae.com/2022/07/13/pv-solarcell/

Honda เปิดตัวจักรยานไฟฟ้า เพียงสองหมื่นกว่าเท่านั้น

ประกอบด้วยล้อขนาดใหญ่ 17 นิ้ว สตาร์ทโดยไม่ใช้กุญแจ แฮนด์จับทำจากวัสดุอะลูมิเนียมอัลลอยด์แข็งแรงทนทาน ระบบไฟหน้าแบบ LED มีแผง panel เป็นจอ LCD


.
ใช้แบตเตอรี่ลิเธียมความจุ 48V ใช้มอเตอร์ขนาด 400W ซึ่งบริษัทเคลมว่าชาร์จแบตแค่อาทิตย์ละ 1-2 ครั้งเท่านั้น ถ้าหากว่าใช้งานทุกวันสามารถวิ่งได้ระยะทางไกลต่อเนื่อง 65 กิโลเมตร โดยมีความเร็วสูงสุด 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง..
.
ราคาเปิดตัวอยู่ที่ประมาณ 750 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 27,000 บาท

โดยการจำหน่ายจะเริ่มที่ประเทศจีนผ่านแอป WeChat “MUJI Travel” มีสีให้เลือก2 สี คือ ขาว ,ดำ ซึ่งผลิตล็อตแรกจำนวนทั้งหมดเพียง 5,000 คันเท่านั้น
.
แบรนด์ MUJI หลายคนอาจยังไม่คุ้นเคย ในการบุกตลาดคมนาคมขนส่งด้วยการผลิตรถไฟฟ้า แต่แท้จริงแล้วก่อนหน้านี้ MUJI ได้เคยร่วมมือกับบริษัทเทคโนโลยีของฟินแลนด์ สร้าง Sensible 4 มาแล้ว ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพเพื่อผลิต รถบัสรับส่งรุ่น ‘GACHA’ ซึ่งเป็นรถบัสขับเคลื่อนแบบไร้คนขับขนาดเล็ก ..

และยังเคยคอลแลปส์กับค่าย Nissan จับเอามินิคาร์รุ่นดัง นิสสัน มาร์ช (March) จับมาดีไซน์แปลงโฉมใหม่เป็นสไตล์มินิมอลแบบมูจิในชื่อ ‘MUJI Car 1000’ ในปี 2001 อีกด้วย

MUJI Thailand Honda

cr:https://www.cestvistec.com/content/6286/%E0%B9%80%E0%B8%9..
https://www.google.com/..0%B8%AD%E0%B8%A5%E0%B9%81%E0%…
https://www.dailygizmo.tv/2022/07/06/muji-honda-ms01..

โทรศัพท์มือถือเทสล่า Tesla ไฮเทค รุ่นล่าสุดโทรถึงดาวอังคาร?

โทรศัพท์มือถือ Model Pi ก็กำลังถูกจับตามองว่าอาจเป็นคู่แข่งตัวฉกาจของ Apple อย่าง iPhone

สเป็คของมือถือ Model Pi จาก Tesla

Model Pi หรือโมเดลพาย เป็นสมาร์ทโฟนของ Tesla คาดว่าจะเป็นไอเทมอัจฉริยะตัวใหม่ที่สร้างความฮือฮาในท้องตลาด ฟังก์ชันที่แตกต่างจากมือถืออื่น ๆ จากข่าวลือที่มีการพูดถึงสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ เช่น..

  • ดีไซน์ Photochromic

ถ้าพูดถึงเรื่องการดีไซน์โดยการเคลือบ Photochromic บริเวณหลังเครื่องเป็นลูกเล่นที่น่าสนใจตรงที่เวลาโดนแสงแดด ตัวเครื่องจะเปลี่ยนสีโทนต่าง ๆ ได้เองตามโทนแสงที่ได้รับ

  • ชาร์จแบตผ่านโซลาร์เซลล์

นี่คือความล้ำหน้าของนวัตกรรมที่ถึงแม้ยังไม่มีการยืนยันอย่างชัดเจน แต่คาดว่าตัวเครื่องจะมีการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ที่สามารถชาร์จแบตได้ทุกที่ที่มีแสงอาทิตย์

  • ขุดเหรียญ Cryptocurrency ได้

ต้องยอมรับเลยว่าปัจจุบันเหรียญคริปโตเข้ามามีบทบาทมาก และอีลอน มัสก์เองก็สนับสนุนให้เหรียญคริปโต Dodge Coin หรือเหรียญหมาชิบะให้สามารถไปใช้จ่ายบนดวงจันทร์ได้ การติดตั้งคริปโตในเครื่องสำหรับเป็น e-wallet ในการใช้จ่ายก็ไม่ใช่เรื่องที่ชวนแปลกใจเท่าไร

  • ระบบ Neuralink เพื่อสุขภาพ

การติดตั้งระบบ Neuralink ที่เชื่อมโยงกับสมอง เพื่อช่วยในการวิเคราะห์โรคที่เกิดขึ้น ทำให้รักษาตัวได้ทันเวลา เป็นประโยชน์ต่อคนรักสุขภาพ

  • อินเทอร์ไร้สายทั่วโลก

อีลอน มัสก์มีระบบ Starlink ที่ส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตไร้สายผ่านดาวเทียม 12,000 ดวงทั่วโลก ทำให้การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีซิมการ์ดต่างประเทศ

ข่าวลือที่หลุดออกมาทำให้สมาร์ทโฟนของ Tesla อย่าง Model Pi กลายเป็นสมาร์ทโฟนที่คนอยากจับจองมาก และแต่ละฟังก์ชันอัจฉริยะก็ดูเหมือนจะเป็นไปได้ภายใต้การจัดการของ Elon Musk ส่วนราคาของมือถือ Model Pi ยังไม่ได้ระบุแน่ชัด แต่หากอิงตามราคาของ iPhone 14 คาดว่าราคาจะอยู่ที่ประมาณ 30,000 – 50,000 บาท และคาดว่าจะเปิดตัวในช่วงปลายปี 2022 นี้ รอชมกันเลย..

..ข้อมูลบางส่วนจาก Blockdit

ความต่างที่สำคัญกับ iPhone ของ Apple

คาดการณ์ Model Pi อาจกลายเป็นคู่แข่ง iPhone

เมื่อพิจารณาว่า Pi หรือ Model Pi จะขึ้นมาเป็นคู่แข่งกับ Apple ก็อดที่จะมองความต่างระหว่าง Model Pi และ iPhone ไม่ได้ โดยความต่างที่มีการกล่าวถึงเด่น ๆ ได้แก่

  • หน้าจอ

เครื่อง iPhone ใช้หน้าจอแบบ Punch Hole ที่เจาะรูบนหน้าจอเพื่อใส่กล้อง ซึ่ง Model Pi ก็น่าจะมีฟังก์ชันนี้เช่นกัน แต่จะเก็บกล้องไว้ด้านใต้มือถือ ทำให้เห็นหน้าจอเต็มตากว่า

  • สายชาร์จ

มือถือ iPhone มักจะมีปัญหากับสายชาร์จที่ใช้สายชาร์จเฉพาะของตัวเอง ส่วน Model Pi คาดว่าจะมีการชาร์จแบบไร้สายโดยใช้พลังงานแสงอาทิตย์

  • การผลิต

ไอโฟนมีพาร์ทเนอร์ในการผลิตชิ้นส่วนต่าง ๆ ให้กับแบรนด์ ในขณะที่เทสล่าอาจจะผลิตเองทั้งหมด เพื่อลดโอกาสในการรั่วไหลของข้อมูล

  • กล้องถ่ายรูป

คาดว่า Model Pi จะมีกล้องทั้งหมด 4 ตัว ซ่อนอยู่ใต้หน้าจอ ทำให้การถ่ายภาพมีความคมชัด ว่ากันว่าสามารถถ่ายดวงดาวได้อย่างคมชัด รวมถึงการมีฟังก์ชันแยกการทำงานทำงานของกล้อง กล่าวคือกล้องนึงถ่ายภาพ อีกกล้องถ่ายวิดีโอได้

  • ระบบปฏิบัติการ

iPhone มีความโดดเด่นในระบบปฏิบัติการ iOS ที่มีเพียงเจ้าเดียวในโลก แต่จากการวางระบบของเทสล่า ทำให้มีการคาดการณ์ว่าเทสล่าอาจจะวางระบบสมาร์ทโฟนของตัวเองใหม่ที่มีประสิทธิภาพไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าไอโฟน..

ดูทรงแล้ว Model Pi มี iPhone เป็นทั้งคู่แข่งและแรงบันดาลใจ แบรนด์ iPhone เน้นขายกลุ่มลูกค้า Royalty ส่วนเทสล่าก็มีคนเชื่อใจในเทคโนโลยีอยู่แล้ว เปิดตลาดสู้กันขึ้นมาคงสนุกไม่น้อย และคนที่ได้กำไรก็คือผู้บริโภคที่จะได้เทคโนโลยีใหม่ ๆ บนสมาร์ทโฟน เหมือนช่วงนี้ที่มือถือจอพับมีให้เลือกหลากหลายจากเดิมที่มือถือมีแต่จอปกติ กำไรคนชอบเทคโนโลยีเห็น ๆ.

ที่มา https://www.pohchae.com/2022/07/18/tesla-pi/

รถยนต์ไฟฟ้า อันดับ1โลก BYD เปิดตัว8 ส.ค. 65 ..จุดจบรถยนต์ใช้น้ำมันของจริง

BYD ย่อมาจาก Build Your Dreams เตรียมบุกตลาดรถยนต์ไฟฟ้า100% ในไทย โดยเตรียมเซ็น MOU เข้าร่วมโครงการสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้าของภาครัฐ เพื่อรับเงินอุดหนุน 150,000 บาท พร้อมกับการแนะนำแบรนด์ BYD ในไทย 8 สิงหาคม 2565 ..BYD บริษัทแม่ จากประเทศจีน จับมือ ทายาทรุ่นที่ 3 ของกลุ่มสยามกลการ คุณพก ประธานวงศ์ พรประภา ลงทุนรวม 20,000 ล้านบาท ตั้งโรงงานผลิตรถยนต์พวงมาลัยขวาในประเทศไทย ใช้ชื่อ BYD Thailand พร้อมส่งออกในภูมิภาคอาเซียน และ ยุโรป กำลังผลิตราวแสนคันต่อปี

การลงทุนของ BYD จากประเทศจีน และ 4 กลุ่มทุนไทย รวม 20,000 ล้านบาท แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก

  • โรงงานผลิตรถยนต์ ประมาณ 17,300 ล้านบาท
    • BYD บริษัทแม่ ลงทุน 85%
    • กลุ่มทุนไทย ลงทุน 15%
  • ส่วนการขาย และ บริการหลังการขาย ประมาณ 2,300 ล้านบาท
    • กลุ่มทุนไทย ลงทุน 85%
    • BYD บริษัทแม่ ลงทุน 15%
หนึ่งในรถยนต์ไฟฟ้า100% ที่ BYD Thailand ที่จะเปิดตัวในไทย ภายในปี 2022 นี้ คือ BYD Dolphin (EA1) รถยนต์ไฟฟ้า 100% ที่เป็นคู่แข่งกับ ORA Good Cat โดย BYD Dolphin สร้างบนพื้นฐานรถยนต์ไฟฟ้า BYD e platform 3.0 Dimension มิติตัวถัง BYD Dolphin
  • ยาว 4,150 มิลลิเมตร
  • กว้าง 1,770 มิลลิเมตร
  • สูง 1,570 มิลลิเมตร
  • ระยะฐานล้อ wheelbase 2,700 มิลลิเมตร
ORA Good Cat
  • ยาว x กว้าง x สูง : 4,235 x 1,825 x 1,596 มิลลิเมตร
  • ระยะฐานล้อ wheelbase 2,650 มิลลิเมตร
ขนาดของ BYD Dolphin ถือว่าใกล้เคียงกับ ORA Good Cat แต่จะสั้นกว่า แคบกว่ากันเล็กน้อย
Standard 30.7 kWh ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า Permanent Magnet Synchonous Motor พละกำลังสูงสุด 95 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 180 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ BYD Blade Battery (LFP) ขนาด 30.7 kWh ขับเคลื่อนล้อหน้า Front-Wheel Drive วิ่งระยะทางสูงสุด 301 km. (มาตรฐาน NEDC) Superior 44.9 kWh ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า Permanent Magnet Synchonous Motor พละกำลังสูงสุด 170 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 290 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ BYD Blade Battery (LFP) ขนาด 44.9 kWh ขับเคลื่อนล้อหน้า Front-Wheel Drive ตัวเลขเคลมจากโรงงาน อัตราเร่ง 0-100 km/h ภายใน 7.9 วินาที Top Speed ความเร็วสูงสุด 160 km/h วิ่งระยะทางสูงสุด 405 km. (มาตรฐาน NEDC) Charging การชาร์จไฟฟ้า หัวชาร์จแบบ Type 2 / CCS Combo พร้อมระบบจ่ายไฟฟ้าจากตัวรถ VTOL Mobile Power Supply Function Standard 30.7 kWh กระแสสลับ AC รองรับสูงสุด 6.6 kW ใช้เวลา 0-100% ภายใน 5.5 ชั่วโมง กระแสตรง DC Fast Charging รองรับสูงสุด 40 kW จาก 30-80% ภายใน 30 นาที Superior 44.9 kWh กระแสสลับ AC รองรับสูงสุด 6.6 kW ใช้เวลา 0-100% ภายใน 7.5 ชั่วโมง กระแสตรง DC Fast Charging รองรับสูงสุด 60 kW จาก 30-80% ภายใน 30 นาที เสปคเบื้องต้นของ BYD Dolphin Superior 44.9 kWh Exterior ภายนอก ช่วงล่าง ด้านหน้า MacPherson Strut พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลัง Torsion Beam ระบบเบรก ด้านหน้า ดิสก์เบรก พร้อมครีบระบายความร้อน ด้านหลัง ดิสก์เบรก ล้ออัลลอย ขนาด 17 นิ้ว พร้อมยาง 205/50 R17 หลังคากระจก Panoramic Glassroof พร้อมม่านบังแดด กระจกมองข้าง ปรับด้วยไฟฟ้า พับด้วยมือ กระจกมองข้าง พร้อมระบบอุ่น Heated Mirror ไฟหน้าแบบ LED High-Low Beam ไฟ Daytime Running Light แบบ LED ไฟท้ายแบบ LED ไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED Interior ภายในห้องโดยสาร ภายในห้องโดยสาร สีทูโทน สวิตซ์ควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย สวิตซ์ควบคุมหน้าจอ Multi-function บนพวงมาลัย พวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า EPAS สวิตซ์เปลี่ยนเกียร์แบบ Finger-touched Electronic Shift มาตรวัดแบบ Full Digital ขนาด 5.0 นิ้ว กล้องบันทึกเหตุการณ์ Traffic Video Recorder (TVR) ระบบกุญแจ Keyless Entry ระบบล็อค-ปลดล็อคด้วยโทรศัพท์ Phone NFC Key กระจกหน้าต่างไฟฟ้า พร้อมระบบ One-touch 4 บาน ระบบป้องกันการหนีบ Anti-Pinch ระบบเบรกมือไฟฟ้า Electronic Parking Brake : EPB ฟังก์ชั่น Auto Brake Hold Seating เบาะนั่ง เบาะนั่งหุ้มด้วยหนัง สีทูโทน เบาะนั่งคนขับ ปรับด้วยไฟฟ้า 6 ทิศทาง เบาะนั่งผู้โดยสารตอนหน้า ปรับด้วยมือ 4 ทิศทาง เบาะนั่งด้านหลังพับได้ Entertainment ระบบความบันเทิง ครื่องเสียงรองรับ วิทยุ AM/FM ระบบเชื่อมต่อแบบไร้สาย Bluetooth หน้าจอกลาง ระบบสัมผัส Touchscreen ขนาด 12.8 นิ้ว หน้าจอกลาง หมุนแนวตั้ง – แนวนอน ด้วยระบบไฟฟ้า Intelligent Rotating ลำโพง 6 ตำแหน่ง ระบบชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย Wireless Charger Safety ความปลอดภัย ระบบเบรกป้องกันล้อล็อค Anti-lock Braking System : ABS ระบบกระจายแรงเบรก Electronic Brake Force Distribution : EBD ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว Electronic Stability Program : ESP ระบบป้องกันการลื่นไถล Traction Control System : TCS ระบบเบรกอัตโนมัติ Automatic Emergency Braking System : AEB ระบบเตือนการชนด้านหน้า Front Collision Warning : FCW ระบบเตือนเปลี่ยนเลน Lane Departure Warning : LDW ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องจราจร Lane Keeping Assist : LKA ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน Adaptive Cruise Control with Stop & Go ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ High Beam Assist : HMA ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง คู่หน้า 2 ตำแหน่ง ด้านข้าง 2 ตำแหน่ง ม่านนิรภัย 2 ตำแหน่ง ระบบเตือนแรงดันลมยาง Tire Pressure Monitoring System ระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัย เบาะนั่งคู่หน้า จุดยึดเบาะนั่งเด็ก ISOFIX กล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา ..ในงานปลายปี 2022 นี้BYD Thailand จองพื้นที่บูธ Motor Expo 2022 ใหญ่ที่สุดในงาน เตรียมเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า100% เต็มรูปแบบ !

ที่มา https://www.pohchae.com/2022/07/29/byd-ev/

ประเภทของแบตเตอรีลิเธียม-ไอออน และการใช้งาน